ในหลวง - King of Thailand ในหลวง - King of Thailand ในหลวง - King of Thailand ในหลวง - King of Thailand

ในหลวง ทรงแนะทูตวางตัวเป็นไทย

ในหลวง - King of Thailand

ในหลวง ทรงแนะทูตวางตัวเป็นไทย



ทรงแนะทูต วางตัวเป็นไทย



     เมื่อเวลา 16.57 น. วันที่ 27 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ นำคณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลี พระบาท รับพระราชทานพระบรมราโชวาท ในโอกาสที่กระทรวงการต่างประเทศจัดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย ประจำปี 2551 ณ กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม



     ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ความตอนหนึ่งว่า เข้าใจว่าคนไทยต้องทำงานทำความรู้เหมือนชาวต่างประเทศ ความจริงคนไทยไม่ใช่ชาวต่างประเทศ คนไทยเป็นคนไทย มีความคิด มีวิธีคิดที่แตกต่างกับคนทั่วโลก เราก็ได้สังเกตได้ว่า เมืองไทยนี้มีภาษาไทย ซึ่งภาษาไทย มีความหมายแตกต่างกับภาษาต่างประเทศ แต่ที่น่าสังเกต เดี๋ยวนี้คนไทยถือว่าภาษาไทยไม่เป็นของสำคัญ ดูท่าทางเหมือนว่าเมืองไทยมีภาษาไทยสำหรับให้ได้สมัย อันนี้ก็เสียดาย เพราะว่าภาษาไทยหรือความเป็นไทยนี่ มีความสำคัญในการปฏิบัติงาน ซึ่งแต่ละท่านก็ถือว่าเป็นคณะทูต ก็ต้องมีการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนไทยที่จะทำให้สามารถก้าวหน้าได้ อยู่ดีได้



     ฉะนั้น ก็ขอให้เข้าใจว่า การที่ท่านสม่ำเสมอ ก็มีความสำคัญ ทำให้ท่านได้เรียนรู้ว่าคนไทยนี่มีหน้าที่ ทุกคนมีหน้าที่ ทั้งคณะทูต ทั้งคนที่อยู่ในเมืองไทย และถ้าคนที่ได้ไปต่างประเทศ มีหน้าที่ที่จะทำความเข้าใจกัน ว่าต้องปฏิบัติงาน มีหน้าที่ต่างๆกัน เวลาไปต่างประเทศ ท่านก็คงแม้แต่ได้ไปเป็นคณะทูต ได้ไปสม่ำเสมอ ต่างประเทศ คงได้ถามเสมอว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร



     คำว่าเมืองไทยเป็นยังไงนี้ ก็อาจจะน่าประหลาด ที่เราเป็นคนไทยทำไมเค้าต้องถามว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร ที่เค้าถามก็เพราะว่าคนไทยนี่คือสัตว์ประหลาด คือว่าหน้าตาก็ไม่เหมือน กับฝรั่ง พูดจาก็ไม่เหมือนฝรั่ง มีภาษาที่ไม่เหมือนฝรั่ง ที่ใช้คำว่าฝรั่ง สมัยนี้ไม่ใช่ฝรั่ง เดี๋ยวนี้แขกด้วย มีจีนด้วย มีญี่ปุ่น มีอะไร ทุกสัญชาติมีความแตกต่างกับเรา ฉะนั้นเราจะต้องพูดว่า เราเป็นคนไทย เป็นอะไรไม่ใช่สัตว์ประหลาด อาจจะเป็นสัตว์ประหลาดอย่างหรือว่าเรามีความเป็นอยู่ ซึ่งไม่เหมือนกับชาวต่างประเทศ



     เวลาเราไปต่างประเทศรู้สึกว่าเค้ามองเรา เค้านึกว่าเป็นจีน หรือเป็นญี่ปุ่น แต่ตรงท้ายเค้าก็ฉงนว่าเราไม่ใช่จีน ไม่ใช่ญี่ปุ่น หน้าตาก็ไม่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้การเป็นไป การประพฤติตน ออกจะเป็นเหมือนจีน เหมือนญี่ปุ่น เหมือนฝรั่งไปซะ เค้าก็นึกว่าเราเป็นฝรั่งก็มี เพราะว่าเราวางตัวเป็นเหมือนฝรั่ง แต่ว่าเมื่อเราแสดงตัว เค้าก็นึกว่าเราไม่ใช่ฝรั่ง เราเป็นชาติ ซึ่งเค้าต้องพิจารณาว่าไม่เหมือนเค้า และเราก็มีบางทีก็ไม่เหมือนเค้า เป็นแบบสัตว์ประหลาด แบบเค้าคิดแปลกๆ แต่เวลาเค้ารู้จักมากขึ้น เค้าก็เห็นว่าเราไม่ใช่เหมือนเค้า ไม่ใช่เหมือนฝรั่ง ไม่เหมือนต่างชาติอื่นๆ เพราะว่าเรามีความคิด แตกจากสัตว์ประหลาดที่เป็น ที่เค้านึกว่าเป็นสัตว์ประหลาด เรามีนิสัยใจคอเป็นคนไทย เพราะว่าเราบอกเค้าว่าเราเป็นคนไทย เค้าก็คิดออกว่า หน้าตาอย่างนี้ เคยเห็น แต่ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่แขก ไม่ใช่จีนเราจะต้องพยายามที่จะวางตัวให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย



     เราเป็นคนไทยนี้ เป็นคนที่สามารถที่จะวางตัวอย่างดี แล้วก็เป็นตัวอย่างกับสัตว์โลกเหมือนฝรั่ง เป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นในโลก ฉะนั้น เราก็ต้องวางตัวให้ดี แล้วก็จะต้องพยายามฝึกฝนตัวให้เป็นคนไทย ซึ่งต่างกับคนอื่นในโลกและการที่วางตัวต่างกับคนอื่นในโลก ต้องเข้าใจว่าวางตัวอย่างไม่ใช่แปลกประหลาด ไม่ใช่สัตว์ ประหลาด คือสัตว์พิเศษ เป็นคนที่มีความคิดที่ดี มีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น เรามีความคิดวิเศษจากคนต่างชาติ



     ขณะที่เอกอัครราชทูตประจำกรุงโคเปนเฮเกนประเทศเดนมาร์ก ได้กราบบังคมทูลถาม ถึงกรณีภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า โดยเฉพาะตามเขตแดนไทย-พม่านี้ ก็มีแผ่นดินไหว แล้วเค้าก็ถามว่า อยากไปอยู่ที่ใด ที่ไม่ค่อยมี เค้าก็บอกว่า แถวภาคอีสานมีน้อย ในภาคอีสานก็มี แผ่นดินไหวมีทุกแห่ง ในโลกนี้จะมีแผ่นดินไหวได้ ทุกแห่ง ก็ต้องเตรียมตัว เตรียมกาย เตรียมใจ ว่าในประเทศไทยก็อาจจะมีแผ่นดินไหวหรืออะไรที่น่ากลัว



     จากนั้นเอกอัครราชทูตไทย ประจำ ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยว่า ในปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตการณ์ด้านพลังงาน ทำให้ในหลายประเทศมีการนำพื้นที่เกษตรมาใช้ปลูกพืช เพื่อผลิตพลังงานทดแทนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชดำริประการใด ในการที่จะทำให้เกิดความสมดุล ระหว่างการใช้พื้นที่การเกษตร เพื่อการผลิตอาหารให้เพียงพอและการจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อปลูกพืช ที่ใช้พลังงานทดแทน



     โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า นี่ก็หมายความว่า ต้องการทราบว่าทำอะไรให้สมดุล คือถ้าเรามีการทำการเกษตร เพื่อเป็นอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่ คือขายให้ต่างประเทศมากเกินไป แล้วก็ไม่ผลิตอะไรที่มาช่วยให้การเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันนี้ที่เป็นสำคัญ ตอบยากว่า แค่ไหนคงเหมาะ ได้เห็นมาว่า เอะอะอะไรจะทำอะไรก็เห่อกัน เห่อว่าจะทำอะไรให้มากเกินไป ถ้าทำการเกษตร เพื่อเป็นพลังงานทดแทน หมายความว่าอย่างนั้น ทำพลังงานทดแทน ทำมากเกินไป เมืองไทยก็เห่อ ทำให้มีมาก อย่างเวลานี้ กำลังเดือดร้อนกันอยู่



     ขณะที่นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ เอกอัครราชทูตประจำกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้กราบบังคมทูลถามแนวพระราชดำริ เข้าถึงความเข้าใจและพัฒนา ที่พระราชทานสำหรับนำไปแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้มีความหมายอย่างไร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งความว่า คนไทยที่อยู่แถวนั้นรู้ภาษายาวีมีน้อย ถ้าประชาชนช่วยกันทำให้พูดกันเข้าใจกันก็จะดี



     แต่ว่าอย่างที่ยะลาก็ไปพูดบอกว่า พวกเราลองพูดภาษาไทยมากขึ้น เขาเข้าใจทำไมจะไม่เข้าใจ เขาพูดได้ ทำไมจะพูดไม่ได้ แต่เขาไม่พูด เขาทำไม่เข้าใจแล้วหัวเราะ หัวเราะได้นุ่มๆ หัวเราะเหมือนเด็กสาว กิ๊กกั๊กๆๆ เด็กหนุ่มเริ่มไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนที่จะเข้าใจ แต่เราก็พยายามบอกเค้าว่า ที่ให้พูดภาษาไทยเพื่อสะดวกกับการดำเนินชีวิตของประชาชน จะสะดวกสำหรับข้าราชการ สะดวกทุกอย่าง เข้าใจ ความเข้าใจก็จะเกิดขึ้น ถ้ามีความเข้าใจก็จะทำให้สามารถที่จะมีการปกครองดีขึ้น สามารถที่จะพัฒนาดีขึ้น



ในหลวง - King of Thailand

เว็บเทิดพระเกียรติ ในหลวง

ในหลวง - King of Thailand
ในหลวง - King of Thailand ในหลวง - King of Thailand
ในหลวง - King of Thailand ในหลวง - King of Thailand
ในหลวง - King of Thailand ในหลวง - King of Thailand

คำสืบค้นเกี่ยวกับ ในหลวง : ประวัติในหลวง | พระราชกรณียกิจของในหลวง | พระราชดำรัสในหลวง | รูปในหลวง | ภาพในหลวง | ลงนามถวายพระพร

แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอ e-mail มาที่ contact